Title: Unnamed Love ความสัมพันธ์ไม่มีชื่อ

Paring: Tao*Kacha

Author: Hinata_qoo

Rate: PG-13

Talk: ฟิคเรื่องนี้เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบที่อยู่ๆก็มา เนื่องจากนั่งฟังเพลงความสัมพันธ์ไม่มีชื่อซ้ำไปซ้ำมา แล้วอยู่ๆอินเนอร์ก็เกิด ฮ่าๆๆๆ อย่าคาดหวังกับมันมาก เพราะมันมาเพราะอารมณ์ และจบเพราะอารมณ์จริงๆ ยังไงก็ enjoy reading นะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

Kacha’s part

.

.

.

 

 

“คชาทำไรอ่ะ”

 

 

เฮือกกกก!!!

 
 
 
“โหยยย ต๋าวววว ทีหลังมาอ่ะให้ซุ่มให้เสียงหน่อย ตกใจหมด” ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ดีๆไอ้ตัวขาวๆก็ชะโงกหน้าเข้ามาซะใกล้ หลังจากที่ไปอาบน้ำจนตัวหอมฟุ้งแล้ว
 
 
 
“อะไร เต๋าปิดประตูก็ไม่ได้เบาเลยนะ ชาต่างหากมัวแต่ทำไรอยู่” เต๋าเถียงผมไปด้วยเช็ดผมที่เปียกๆไปด้วย แถมยังแกล้งสะบัดๆหัวจนน้ำกระเด็นใส่ผมอีกต่างหาก สนุกมากป่ะเนี่ย ไอ้หลงเอ๋อเอ๊ยยยย!

 

 

“ฮื้อออออ ต๋าวววว หน้าจอเปียกหมด ไปไดร์ผมไป” ผมบ่นๆเมื่อหยดน้ำจากปลายผมของเขากระเด็นโดนหน้าจอคอมพิวเตอร์

 

 

“ก็ไม่มีคนไดร์ให้อ่ะ” ไอ้เอ๋อกลูต้ามันพูดแล้วก็ยังยืนอยู่ที่เดิม เรื่องของเรื่องคือจะใช้ผมว่างั้น สุดท้ายก็ต้องลุกขึ้นไปหยิบไดร์มาเป่าผมให้มันอีกจนได้ฮะ คนอะไรมานอนค้างบ้านคนอื่นเขาแล้วยังใช้เจ้าของบ้านอีก

 

 

ผมจับเต๋าหันหลังแล้วกดตัวมันนั่งลงกับพื้น ส่วนตัวผมนั่งลงบนเตียง ขี้เกียจเขย่งฮะมันเมื่อย ก็หลงเอ๋อมันสูงกว่าผมตั้งเยอะนี่นา เต๋าหลับตาพริ้มเมื่อรู้สึกถึงลมร้อนๆของไดร์เป่าผมที่ปะทะต้นคอ แล้วอยู่ๆมันก็หันกลับมาซบหน้ากับตักของผมเฉยเลย

 

 

“ต๋าว นั่งดีๆดิ่” ยิ่งว่าก็เหมือนยิ่งยุเมื่อแขนขาวเริ่มยื่นมากอดเอวผมไว้ทั้งๆที่ยังซบหน้ากับตักผมอยู่ ผมเลยเร่งไดร์ไปเบอร์แรงสุดเลยฮะ สงสัยเต๋าจะง่วง รีบๆไดร์ให้เสร็จเร็วๆดีกว่า

 
 
 
เมื่อเส้นผมหยักศกนิดๆนั่นแห้งสนิทดีแล้วผมก็ลูบหัวเต๋าแล้วลองเรียกเบาๆ คนที่เคลิ้มๆเหมือนจะหลับก็รู้สึกตัวขึ้นมา ผมจุ๊บหน้าผากมันไปทีนึง โทษฐานที่มันหล่อ ฉวยโอกาสตอนมันมึนๆเนี่ยแหละ อิอิ

 

 

“ชา นอนกันเถอะ ง่วงแล้ว” หลงเอ๋อมันลุกขึ้นมาพูดงึมงำๆแล้วก็โถมตัวเข้ามา ทำเอาผมเสียหลักล้มไปบนทีนอน ตัวหนักอย่างกับควาย ทับลงมาได้!

 

 

“ต๋าวววว หนักกกก นอนดีๆดิ่ เฮ้ย! อย่าดิ้น เดี๋ยวคอมฯตกเตียง ไอ้เอ๋อนี่” เหนื่อยครับ นี่ผมมีเพื่อนหรือลูกวะเนี่ย ผมจัดให้เต๋านอนดีๆอีกฝั่งของเตียงก่อนที่ผมจะหันไปให้ความสนใจกับสิ่งที่ดูไว้ก่อนที่ไอ้สว่างกลูต้านี่จะเข้ามาขัดจังหวะ

 

 

“ชาดูไรอ่ะ ดูด้วยดิ่” ว่าแล้วไอ้คนที่จะหลับๆอยู่เมื่อกี้ก็เด้งตัวขึ้นมานอนคว่ำอยู่ข้างๆผม ขาข้างนึงก็ก่ายผมเอาไว้ แขนอีกข้างก็พาดไว้กลางหลังผม ถ้าจะขนาดนี้นะ ไม่นอนทับไปเลยล่ะ ไอ้เต๋าเอ๋อ!

 

 

“เช็คเรทติ้ง!” ผมตอบไป พยายามไม่ใส่ใจขากับแขนหนักๆที่พาดอยู่บนตัวผม มันทำหน้าเอ๋อครับเมื่อได้ยินคำตอบ งงอ่ะเด๊

 

 

“เรทติ้งไร ทำไมมีแต่รูปเต๋ากับชา”

 

 

“ก็คชาเช็คเรทติ้งตัวเองเสร็จแล้ว ตอนนี้กำลังเช็คของเต๋าคชาไง เนี่ยเต๋าดูดิ่ มีคนแต่งเพลงให้เราด้วยนะ ฟังป่ะ” ว่าแล้วผมก็จัดการเปิดเพลงที่ผมโหลดค้างไว้ขึ้นมา เห็นเจ้าของเพลงเขาบอกว่าแต่งให้พวกผม อยากรู้เหมือนกันครับว่าจะเพราะไหม

 

.

.

.

 

 

...เธอและฉัน ทุกวันเรายังเหมือนเดิม

 

ไม่มีอะไรเพิ่มเติม เหมือนเดิมอย่างที่ผ่านมา

 

กอดกันบางที ซบไหล่บางครั้ง นั่งอยู่ข้างๆเมื่อยามหลับตา

 

เพื่อนธรรมดาที่ใครเค้าก็ทำกัน

 

แต่มาวันนี้ เมื่อเธอมาทำเหมือนเก่า

 

ทุกการกระทำของเรา กระทบเบาๆในใจ

 

กอดกันทุกที ซบไหล่ทุกครั้ง นั่งอยู่ข้างๆหัวใจหวั่นไหว

 

ยิ่งสบตาเมื่อไหร่ข้างในเต้นแรงทุกที

 

และทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิด ตีสนิทจนฉันนั้นเผลอ เหลือบไปมองหน้าเธอทีไร

 

สายตาเธอก็เหมือนคิดไม่ต่างกัน

 

และทุกครั้งที่ใครเค้าคิด และทุกครั้งที่คนเค้าถาม ถามถึงความรู้สึกเหล่านั้น

 

ว่าความสัมพันธ์ของเรามันคืออะไร

 

แค่อยากให้รู้ว่าทุกนาทีจากนี้ไป รู้กันอยู่เพียงในใจแค่สองคน

 

ไม่ต้องไปสนถ้อยคำหรือนิยามใด

 

ไม่ต้องบอกรักทุกวันไม่จำเป็น แม้ใครจะมองไม่เห็นไม่เป็นไร

 

รักเรานั้นมาจากใจโดยไม่ต้องใช้นิยาม

 

เธอและฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไร แต่รู้ว่าความห่วงใย ของฉันนั้นไม่เหมือนเดิม

 

ไม่ใช่ว่ามันจะหดจะหายแต่กลายว่าเป็นเพิ่มเติม ส่งเสริมหัวใจให้เป็นความรัก

 

.

.

.

 

 

...เงียบ...

 

 

เพลงจบไปแล้ว แต่ห้องนอนผมเงียบอย่างกับป่าช้า ผมไม่รู้ว่าเต๋ากำลังคิดอะไร แต่ผมกำลังทบทวนเนื้อเพลงที่ได้ยินเมื่อกี้อยู่ในหัว

 

 

ความสัมพันธ์ไม่มีชื่อ

 


ผมเคยให้สัมภาษณ์สื่อแบบนั้นครั้งนึงเมื่อเขาถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเต๋า ผมรู้ครับว่าถ้าตอบแบบนั้นออกไป แฟนๆที่เชียร์เราสองคนคงจะกรี๊ดกร๊าดเวิ่นเว้อกันไปพักใหญ่ล่ะ แต่ผมไม่ได้ตอบเพื่อเอาใจแฟนๆหรอกนะครับ

 

 

“ตอนนั้น...ทำไมชาถึงตอบพี่นักข่าวเขาไปแบบนั้นอ่ะ” อยู่ๆเต๋าก็ยิงคำถามทำลายความเงียบขึ้นมา ซึ่งเป็นคำถามที่ผมไม่รู้จะตอบยังไง

 

 

ผมละสายตาออกจากหน้าจอเพื่อหันมามองหน้าคนถาม ก็พบว่าเต๋านอนมองหน้าผมอยู่ก่อนแล้ว เหมือนในละครที่ผมชอบดูบ่อยๆเลยครับ ไอ้ฉากที่พอนางเอกหันหน้ามาเจอพระเอกแล้วก็สบตากันนานๆแบบนี้ มันใช่อย่างที่ผมกับเต๋าเป็นอยู่ตอนนี้เลยล่ะ ติดก็ตรงที่ว่า...

 

 

...นางเอกของเต๋า ไม่ใช่ผม...

 

 

“ถ้างั้น ถ้ามีคนถามคำถามนี้อีก...คชาจะตอบว่าเต๋าเป็นเพื่อนสนิท ดีไหม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Tao’s part

.

.

.

 

 

 

“ถ้างั้น ถ้ามีคนถามคำถามนี้อีก...คชาจะตอบว่าเต๋าเป็นเพื่อนสนิท ดีไหม”

 

 

 

 

“ไม่เอา!” ผมตอบทันทีแบบไม่ต้องให้มันผ่านเซลล์สมองใดๆเลย ครั้งแรกที่ได้ยินเขาตอบแบบนี้ ยอมรับว่าผมอดรู้สึกแปลกๆไม่ได้ แต่ผมเข้าใจ เรื่องของเรา ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเราสองคน

 

 

 

 

คชาไม่ใช่แฟน แต่หัวใจของผมก็ปฏิเสธที่จะให้เขาเป็นเพียงเพื่อนสนิท สำหรับผม เขาเป็นมากกว่านั้น ถ้าไปพูดให้ใครฟัง ทุกคนก็คงจะบอกว่า งั้นคชาก็เป็น “กิ๊ก” ของผมน่ะสิ ซึ่งมันไม่ใช่อยู่ดีครับ ความรู้สึกผมที่มีให้คชา มันจริงจังและจริงใจมากกว่าที่จะใช้คำว่า” กิ๊ก” บางทีมันอาจเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกอย่างที่คชาว่าจริงๆก็ได้ เพราะผมก็ไม่สามารถหาคำนิยามให้กับความสัมพันธ์ของเราสองคนได้เหมือนกัน

 

 

 

 

“บางที...เราน่าจะเป็นแค่เพื่อนสนิทกันจริงๆซักทีนะเต๋า” ผมมองหน้าคชานิ่งเมื่อเขาพูดประโยคเมื่อกี้ออกมา รับรู้ถึงความเสียใจที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น ก่อนที่ผมจะตัดสินใจกดจูบลงไปที่ริมฝีปากบาง จูบเบาๆที่มุมปาก ไม่มีการล่วงล้ำเกินกว่านั้นก่อนจะถอนริมฝีปากออกมาเล็กน้อย

 

 

 

 

“ถ้าคชาอยากให้เราเป็นแค่เพื่อนสนิทกัน ก็ห้ามเต๋าดิ่” ผมประกบจูบลงไปใหม่ คราวนี้ผมเริ่มรุกหนักกว่าเดิม ดูดดุนริมฝีปากล่างจนบวมเจ่อก่อนจะอาศัยจังหวะที่คชาหอบหายใจสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กๆในโพรงปากของเขา มือเรียวบางยกขึ้นมาโอบรอบคอผม พร้อมกับปลายลิ้นเล็กที่โต้กลับมาอย่างร้อนแรง ผมแกล้งหยอกคนตัวเล็กด้วยการถอนจูบออกมากะทันหัน จนอีกฝ่ายผวารั้งคอผมเข้าไปรับจูบของเขาเอง

 

 

 

 

เพื่อนสนิท? คชาคงลืมไปว่าคนที่เป็นเพื่อนกัน เขาไม่จูบกันแบบนี้

 

 

 

 

เสียงจูบดังสะท้อนไปมาในห้องอย่างน่าอาย แต่ไม่สามารถทำให้เราถอนริมฝีปากออกจากกันได้  คชาเริ่มกำคอเสื้อผมแน่นขึ้นเป็นสัญญาณว่าออกซิเจนในปอดเขาคงใกล้หมดเต็มที ทำให้ผมถอนริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย

 

 

 

 

คชาเผยอริมฝีปากบวมเจ่อแล้วหอบหายใจ ตักตวงเอาออกซิเจนเข้าปอด หน้าขาวๆแดงกล่ำด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกผมปลุกขึ้นมา น่ารักซะจนผมอดใจที่จะฝังจมูกลงกับแก้มนิ่มๆนั่นไม่ได้

 

 

 

 

“ฮื่อออ” เขาครางฮือในลำคออย่างประท้วงนิดๆเมื่อผมหอมแก้มเขาแรงไป

 

 

 

 

“ยังอยากให้เต๋าเป็นแค่เพื่อนสนิทอยู่ไหม” ผมยิ้มล้อเขาเมื่อคนตัวเล็กของผมยังคงหอบหายใจอยู่

 

 

 

 

“เปล่านะ...ไม่เคยอยากให้เต๋าเป็นแค่เพื่อน แต่คชาไม่มีทางเลือก...คชารู้สึกผิด” ผมเข้าใจคชาครับ ผมเองก็รู้สึกผิด

 

 

 

 

รู้สึกผิดกับผู้หญิงที่ผมเรียกเธอว่า “แฟน”

 

 

 

 

ความรู้สึกผิดที่คอยทรมานใจผมอยู่ทุกวัน แต่ความทรมานนั้นเทียบไม่ได้เลยกับการที่จะให้ผมปล่อยมือจากคชา

 

 

 

 

“เต๋ารู้ เต๋าเองก็รู้สึกเหมือนชา แต่จะให้เต๋าปล่อยมือจากชา เต๋าทำไม่ได้จริงๆ” คชามองหน้าผมก่อนจะโน้มคอผมลงไปกอดแน่นๆ เสียงนุ่มๆที่ผมชอบฟังกระซิบอยู่ริมหู

 

 

 

 

“ชาเข้าใจ เพราะชาก็ปล่อยเต๋าไปไม่ได้เหมือนกัน”

 

 

 

 

“เต๋าจะหาทางออกที่ดีที่สุด แต่ตอนนี้ช่วยเป็นคนเลวไปกับเต๋าก่อนนะชา โยนความรู้สึกผิดทิ้งไป ลืมไปก่อนว่าเต๋ามีเขาอยู่ แล้วรับรู้แค่ความรู้สึกของเรา คชาเป็นคนสำคัญสำหรับเต๋านะ” ผมพูดความรู้สึกทั้งหมดออกไปตรงๆ อาจฟังดูเลว แต่ผมก็แค่คนธรรมดาคนนึงนี่ครับ คนธรรมดาที่ยอมเป็นคนทรยศต่อคนรัก เพียงเพราะไม่อยากอยู่ห่างจากคนตรงหน้าแม้ซักวินาที

 

 

 

 

“เต๋าก็เป็นคนสำคัญสำหรับคชาเหมือนกัน” เสียงนุ่มๆที่ตอบกลับมาเบาๆที่ข้างหูทำให้ผมยิ้มออก

 

 

 

 

เรื่องของอนาคตคงไม่มีใครรู้ ผมจะหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเราสามคน แต่ตอนนี้ผมก็แค่อยากทำตามเสียงหัวใจของเราสองที่มันเรียกร้องหากันและกัน ก็เท่านั้นเอง....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

==================End====================